มีคนบอกเคยฉันว่าเมื่อเรากำลังประสบกับสถานการณ์ที่ยากๆเราจะมีโอกาสในการเรียนรู้ ฉันเพิ่งจะได้โอกาสเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและประหวัดว่าฉันรู้แต่ลืม
Katie เด็กนักเรียนเกรด12คนหนึ่งในห้องที่ฉันสอนเริ่มดึงโทรศัพท์มือถือออกมาและเริ่มต้นส่งข้อความ ฉันเริ่มแปลกใจ. "เธอทำอะไร?" ฉันคิด. โทรศัพท์มือถือไม่อนุญาตให้มีในโรงเรียนและเธอรู้ ฉันบอกเธอเพื่อให้ห่างจากโทรศัพท์เคลื่อนที่, และหลังจากที่เธอส่งข้อความแล้ว เธอจึงดึงช็อกโกแลตบาร์ออกมาและเริ่มรับประทาน Katie ยังรู้ว่าการรับประทานอาหารในห้องเรียนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ที่โรงเรียนของเรา. ฉันบอกเธอเพื่อที่จะนำมันออกไปและเธอก็ทำ หลังจากนั้นแล้วเธอก็ได้นำขวดน้ำออกจากถุงของเธอและเริ่มเปิดมันเหนือคีย์บอร์ด ฉันบอกเธอเพื่อให้เก็บมันเสีย เธอตอบว่าแค่น้ำ มีปัญหาอะไร? ฉันไม่มีปัญหากับนักเรียนที่ดื่มน้ำในห้องเรียนของฉันแต่ไม่ใช่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์. น้ำอาจสาดบนแป้นพิมพ์ได้ เธอก็ได้จิบน้ำแล้วใส่ขวดเธอกลับไปในถุง.
ฉันเริ่มรู้สึกว่าเธอทำตัวแปลกๆ ต่อมาฉันพบว่าเธอกำลังใช้โทรศัพท์มือถืออีกครั้ง นั่นคือฟางเส้นสุดท้าย! ฉันหมายความว่าจริงๆ-พอกันที. เวลานี้ฉันขอเธอไปที่สำนักงานและบอกVP เกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์มือถือ.
Katie ปฏิเสธ เธอบอกฉันที่เธอไม่ได้ไปที่สำนักงานเนื่องจากเธอมีงานมาก นั่นคือความจริง เพราะเธอโดเรียนมาประมาณ 20 คาบแล้ว! ราวกับ พฤติกรรมของKatie ไม่เพียงพอ, พวกเด็ผู้ชายในชั้นเริ่มส่งเสียงอื้อึงให้ฉันลืมเรื่องนี้เสีย
ฉันบอกเธอไปสำนักงานแต่เธอปฏิเสธอีกครั้ง. ฉันจึงบอกเธอว่าถ้าเธอไม่ทำตามคำขอของฉัน ฉันต้องโทรเรียกสำนักงานและจะมีผู้ดูแลมานำเธอออกไป. เธอยังคงปฏิเสธดังนั้นฉันจึงเรียกสำนักงานและอธิบายสถานการณ์ ผู้ดูแลจึงมา
ช่วงรับประทานอาหารกลางวันฉันได้แชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องเรียนกับเพื่อนของฉัน การตอบสนองของเขา คือการที่ฉันควรทำใจให้เย็นๆ "ใจเย็นๆ" ฉันคิด "ใจเย็นๆ!" หลังจากที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเธอกลับบอกให้ฉันใจเย็น มันดูเหมือนว่าเขากำลังทำให้ฉันใจร้อนขึ้นมากกว่า ขอบคุณมาก!
และฉันมั่นใจตอนนี้ความดันน่าจะขึ้นจนสุดแล้วแน่ๆ
ภายหลังจากที่ใจฉันเย็นลง ฉันฉันเริ่มคิดว่าอาจเป็นเพื่อนของฉันที่พูดถูก ไม่แน่ว่าฉันอาจจะต้องอ่อนโยนกับ Katie ที่อาจจะไม่เลวร้ายไปซะทีเดียว ฉันหัวเสีย การทำใจร้ายของฉันไม่เคยนำสันติภาพมาสู่ห้อง ในทางตรงกันข้าม ยิ่งฉันคิดแย่ๆเกี่ยวกับ Katie ฉันยิ่งหัวเสีย
ฉันขอสาบานว่าในวันรุ่งขึ้นฉันจะอ่อนโยนกับเธอ และช่วยเหลือเธอในเรื่องนี้
ฉันเริ่มตระหนักรู้ถึงสิ่งที่ลืมไปว่า เวลาที่เด็กแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ออกมา จริงๆแล้วพวกเขากำลังขอความช่วยเหลือ. พวกเขาไม่จำเป็นต้องเจ็บปวดมากไปกว่านี้อีกแล้ว ฉันจะลองพูดคุยกับที่ปรึกษาของ Katie ดูว่า ฉันพอจะทำอะไรได้บ้างอีกด้วย
ประสบการณ์จากเว็บไซต์ http://www.teachersatrisk.com/ “I’m reminded of the need to soften my heart” ตีพิมพ์เมื่อ 12 เมษายน 2552
