วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2551

สรุปความจาก schoolhouse block :Handling learning disabilities โดย Angela Mitchell

ในฐานะของผู้ปกครองหากได้ทราบว่าลูกของตนมีปัญหาบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ ย่อมต้องเกิดความตระหนกตกใจ บางรายถึงขั้นไม่เป็นอันกินอันนอน
แต่ความจริงมีอยู่ว่า คำว่า Learning Disabilities นั้นเป็นคำที่มีแนวโน้มว่าจะทำให้ทั้งผู้ป่วยและครอบครัว หวาดกลัวต่อมันมากเกินกว่าความเป็นจริง
จากสถิติ เด็กในประเทศสหรัฐอเมริกา 15-20 % เป็นผู้ที่มีความพกบร่องด้านการเรียนรู้ จากตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า ความผิดปกติดังกล่าวนี้มีจำนวนมากจนแทบจะเป็นเรื่องปกติในสังคม
และที่สำคัญเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งว่าเด็กเหล่านี้ มีระดับIQโดยเฉลี่ยสูงกว่าเด็กปกติด้วยซ้ำ

บางที อาจจะถึงเวลาแล้วที่เราต้องตั้งคำถามว่า ความขาดตกบกพร่องในบางเรื่องนั้นเป็นธรรมดาของมนุษย์หรือไม่ หรือ LD อาจเป็นเรื่องของการมองโลกในแง่ร้ายของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือเปล่า และ
มีความยุติธรรมมากน้อยแค่ไหนในการตัดสินว่าเด็กคนหนึ่งเป็นเด็กที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ ในเมื่อแม้แต่ในปัจจุบันนักการศึกษาเองก็ยังไม่สามารถให้คำตอบในเรื่องของการดูแลรักษาเด็กกลุ่มนี้ได้อย่างชัดเจน

คำแนะนำจากประสบการณ์ของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าเลือกใช้พื้นที่ส่วนนี้เผยแพร่ข้อมูลของข้าพเจ้าส่วนหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับแนวทางในการเลี้ยงดูเด็กที่มีอาการ LD อนึ่ง พื้นที่เ ผยแพร่บทความนี้สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ผ่านการคัดกรอง ดังนั้นจึงขอสงวนข้อมูลบางอย่างไว้ ณ โอกาสนี้

ข้าพเจ้าสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม 2 แห่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคตะวันออก
ข้าพเจ้าได้รับการเลี้ยงดู ด้วยความรักและความเอาใจใส่จากพ่อแม่ของข้าพเจ้าเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าพเจ้าและพ่อแม่ มีความต้องการที่จะให้ตัวข้าพเจ้า เป็นผู้เลือกการดำเนินชีวิตของข้าพเจ้าเองตั้งแต่ยังเด็ก
จุดนี้เองที่ข้าพเจ้ามองว่า เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีหากประเมินจากวัยวุฒิของข้าพเจ้าในปัจจุบัน
"การสนับสนุนของพ่อแม่ให้ลูกของตน สามารถตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตได้ตามความต้องการของตนเอง โดยพ่อแม่อยู่ในฐานะของที่ปรึกษาและเพื่อนนั้น นอกจากจะช่วยพัฒนาสติปัญญา ยกระดับความเป็นผู้นำ และค้นพบความสามารถพิเศษในตัวเองของลูกแล้ว ในกรณีของเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ยังสามารถช่วยให้เด็กปรับตัวและพัฒนาการเรียนรู้ของตนเองได้แบบก้าวกระโดดอีกด้วย"
 ทั้งนี้ผู้ที่มองเห็นพัฒนาการของลูกในจุดนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพ่อแม่ที่เฝ้าดูลูกเติบโตอย่างใกล้ชิด นั่นเอง

ศาสตราจารย์ศรียา นิยมธรรม: รู้จักเด็ก LD เด็กแววที่เรียนอ่อน

อาจารย์ท่านนี้เป็นอาจารย์ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทด้านจิตวิทยาพัฒนาการ จาก,Bangkok Institute of Child study มีผลงานการศึกษากลุ่มเด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ เช่น 
- การสร้างแบบวิธีคัดแยกเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ (2536)
- การสร้างแบบคัดแยกเด็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าความสามารถที่เป็นจริง (2532)
- การช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ในวัยเรียน (2545) กล่าวว่า
เด็ก LD คือ "เด็กแววดีที่เรียนอ่อน"
จากประสบการณ์การสอนของข้าพเจ้าพบว่า ข้าพเจ้ามีความเห็นเช่นเดียวกันกับ ศาสตราจารย์ท่านนี้
และไม่ขอปฏิเสธว่า ในบางข้อ ก็ตรงกับลักษณะนิสัยของข้าพเจ้าด้วยเช่นกัน
แต่หากข้าพเจ้าเป็นหรือมีความเสี่ยงที่จะเป็น LD จริง
ข้าพเจ้าภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกกับผู้ปกครองทุกท่านว่า
"เด็ก LD สามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้เช่นเดียวกับเด็กโดยทั่วไป"

ที่มา.. นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 มีนาคม 2547

what's for...

บล๊อกนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ของการเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออีกแหล่งในการค้นข้อมูลด้าน LEARNING DISABILITIES ของเด็ก